Start Bootstrap Logo
Trends Routine Res. 2026; 1(3): 41


ผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Padlet ต่อทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่น

เพื่อการบำบัดโรค การทำงานเป็นทีมและความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาล


จรินทร โคตพรม


วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม 48000


(อีเมลผู้ประพันธ์บรรณกิจ: [email protected])


Received: 17 February 2026, Revised: 12 March 2026, Accepted: 13 March 2026, Published: 18 March 2026


บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านกิจกรรม Nutri-gallery ร่วมกับการใช้แพลตฟอร์ม Padlet และศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ต่อทักษะการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านโภชนบำบัด ทักษะการทำงานเป็นทีม และความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัย คือ นักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 2 ของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาแนวคิดพื้นฐานและหลักการพยาบาล จำนวน 169 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกกิจกรรม Nutri-gallery บนแพลตฟอร์ม Padlet แบบประเมินทักษะการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านโภชนบำบัด แบบประเมินทักษะการทำงานเป็นทีม และแบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการจัดการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (Paired t-test) ผลการวิจัย พบว่าการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กิจกรรม Nutri-gallery ร่วมกับแพลตฟอร์ม Padlet มีกลไกสำคัญในการเปลี่ยนเนื้อหาทางทฤษฎีที่ซับซ้อนให้กลายเป็นการปฏิบัติเชิงประจักษ์บนฐานภูมิปัญญาอาหาร 9 ชนเผ่าของจังหวัดนครพนมได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้นักศึกษามีคะแนนเฉลี่ยทักษะการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านโภชนบำบัดเพิ่มขึ้นเป็น 46.64 คะแนน (S.D. = 2.12) และมีคะแนนเฉลี่ยทักษะการทำงานเป็นทีมเพิ่มขึ้นเป็น 37.82 คะแนน (S.D. = 1.84) ซึ่งสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) โดยแพลตฟอร์มออนไลน์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการสร้างปฏิสัมพันธ์และการสะท้อนคิดภายใต้ระบบความรับผิดชอบร่วมอย่างเป็นระบบ ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์ม Padlet พบว่าโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.54, S.D. = 0.52) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และการสะท้อนคิดมีระดับความพึงพอใจมากที่สุด เนื่องจากแพลตฟอร์มเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ลดอุปสรรคในการสื่อสารและกระตุ้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อค้นพบนี้จึงเป็นแนวทางสำคัญในการนำนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลและความไวทางวัฒนธรรมในวิชาชีพพยาบาลต่อไป


คำสำคัญ: นักศึกษาพยาบาล; การจัดการเรียนรู้เชิงรุก; Padlet; ทักษะการทำงานเป็นทีม; ทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่น


Effects of Active Learning Via Padlet Online Platform on Local Food Application Skills for Therapeutic Purposes, Teamwork Skills, and Satisfaction of Nursing Students


Jarintorn Kotprom


Boromarajonani College of Nursing Nakhon Phanom, Nakhon Phanom University, Mueang,

Nakhon Phanom 48000, Thailand


(Corresponding author’s e-mail: [email protected])


Abstract

The purposes of this research were to develop an active learning instructional design through the “Nutri-gallery” activity integrated with the Padlet platform, and to investigate its effectiveness on nursing students local food application skills for therapeutic purposes, teamwork skills, and satisfaction. The research sample consisted of 169 second-year bachelor’s degree nursing students at an educational institution, enrolled in the Fundamental Concepts and Principles of Nursing course. The research instruments comprised an active learning lesson plan for the Nutri-gallery activity on Padlet, an assessment scale for therapeutic local food application skills, a teamwork skill assessment, and a satisfaction questionnaire. Data were analyzed using frequency, percentage, mean, standard deviation, and paired t-test. The results revealed that the active learning design using the Nutri-gallery activity on Padlet served as a critical mechanism in transforming complex theoretical content into evidence-based practice, grounded in the cultural wisdom of the nine ethnic groups in Nakhon Phanom province. Post-intervention scores indicated that students’ mean therapeutic food application skills increased to 46.64 (S.D. = 2.12), and teamwork skills rose to 37.82 (S.D. = 1.84), both significantly higher than pre-intervention levels at the 0.001 level. The online platform functioned as a centralized hub for systematic interaction and reflection within a shared accountability framework. Furthermore, overall student satisfaction with the Padlet-mediated active learning was at the highest level ( = 4.54, S.D. = 0.52). Specifically, the dimension of promoting interaction and reflection received the highest satisfaction rating, as the platform provided a safe space that reduced communication barriers and effectively stimulated cross-group knowledge exchange. These findings offer significant guidelines for implementing innovative instructional designs to enhance digital literacy and cultural sensitivity in professional nursing education.


Keywords: Nursing students; Active learning; Padlet; Teamwork skills; Local food application skills


บทนำ

การจัดการศึกษาพยาบาลในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นการสร้างสมรรถนะให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจทางคลินิกที่แม่นยำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการพยาบาลวิชาชีพ อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญของการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันคือลักษณะและความต้องการของผู้เรียนกลุ่ม Generation Z ที่มีรูปแบบการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยผู้เรียนกลุ่มนี้มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ชอบการเรียนรู้ที่รวดเร็ว จับต้องได้ และต้องการพื้นที่ในการแสดงออกผ่านสื่อมัลติมีเดียที่หลากหลาย (Shorey et al., 2021) ความท้าทายสำคัญของการจัดการศึกษาในยุคนี้จึงอยู่ที่การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้เรียนยุคใหม่ โดยเฉพาะในชั้นเรียนขนาดใหญ่ที่ต้องปรับเปลี่ยนจากการรับข้อมูลเพียงด้านเดียว ไปสู่การสร้างพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในระบบสุขภาพที่มีความซับซ้อน นอกจากนี้ นักศึกษาพยาบาลในปัจจุบันยังมีความต้องการการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การยกระดับวิธีการจัดการเรียนรู้ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน จึงเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาพยาบาลให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (อติญาณ์ ศรเกษตริน และคณะ, 2562) ทั้งนี้ การจะตอบสนองต่อลักษณะการเรียนรู้ของ Gen Z ในรายวิชาที่มีเนื้อหาซับซ้อนอย่างแนวคิดพื้นฐานและหลักการพยาบาล จำเป็นต้องใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจงและสอดคล้องกับพฤติกรรมดิจิทัลของผู้เรียน

ด้วยเหตุผลดังกล่าว รายวิชาแนวคิดพื้นฐานและหลักการพยาบาลจึงกำหนดให้การดูแลโภชนาการในผู้ป่วยโรคเรื้อรังเป็นเนื้อหาหลักที่ต้องให้ความสำคัญ โดยมุ่งเน้นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เอื้อให้ผู้เรียนสามารถบูรณาการองค์ความรู้ทางทฤษฎีเข้ากับบริบททางพหุวัฒนธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ผู้วิจัยจึงได้นำบริบททางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งของจังหวัดนครพนมมาเป็นกรณีศึกษาต้นแบบในการฝึกทักษะ ผ่านเมนูอาหารสุขภาพ 12 ตำรับที่ถอดบทเรียนจากภูมิปัญญา “9 ชนเผ่า 12 อำเภอ” กิจกรรมนี้มุ่งเน้นให้นักศึกษาเกิดความตระหนักและเข้าใจถึงคุณค่าของการพยาบาลที่สอดคล้องกับ


วิถีชีวิตและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของผ่านเมนูต้นแบบจากตำรับอาหารสุขภาพ 12 เมนูจากภูมิปัญญาท้องถิ่นนครพนม พัฒนาโดย จรินทร โคตพรม และคณะ (2568) จะช่วยเปลี่ยนทฤษฎีโภชนบำบัดที่ซับซ้อนให้กลายเป็นการปฏิบัติที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับวัฒนธรรมชุมชน ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยยกระดับทักษะการวิเคราะห์โภชนาการและบ่มเพาะหัวใจความเป็นมนุษย์ที่พร้อมให้การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังบนพื้นฐานของความเคารพในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

อย่างไรก็ตาม การถ่ายทอดองค์ความรู้จากกรณีศึกษาที่หลากหลายและซับซ้อนนี้ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพในชั้นเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักศึกษาถึง 169 คน ถือเป็นประเด็นท้าทายสำคัญที่ผู้สอนต้องบริหารจัดการชั้นเรียนให้เกิดประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นเครื่องมือส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และกระตุ้นกระบวนการคิดของผู้เรียนจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการจัดการชั้นเรียน ซึ่ง Padlet เป็นแพลตฟอร์มกระดานดิจิทัลออนไลน์ที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกันแบบ Real-time มีคุณสมบัติเด่นในการแสดงผลข้อมูลแบบภาพรวม และอนุญาตให้ผู้เรียนสามารถโพสต์ข้อความ รูปภาพ สื่ออินโฟกราฟิก ตลอดจนการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์ผลงาน ได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนบทบาทผู้เรียนจากผู้รับสารสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์องค์ความรู้ผ่านการทำงานบนพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันแบบเสมือนจริง แพลตฟอร์มนี้ช่วยส่งเสริมทักษะการตัดสินใจและการทำงานเป็นทีมผ่านการแบ่งปันทรัพยากรการเรียนรู้ (Naamati-Schneider & Alt, 2023) อีกทั้งยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาที่มีความซับซ้อนได้ดียิ่งขึ้นด้วยคุณสมบัติการแสดงผลข้อมูลแบบภาพรวม (Mehta et al., 2021) โดยเฉพาะในบริบทการศึกษาพยาบาลที่พบว่าเครื่องมือนี้กระตุ้นให้เกิดการสะท้อนคิดเชิงวิชาการ (Phenwan, 2023) และช่วยพัฒนาทักษะการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (ปิติณัช และคณะ, 2563) นอกจากนี้ Padlet ยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการให้ข้อมูลป้อนกลับ ที่ช่วยลดความกดดันในกระบวนการประเมินผลและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนไปพร้อมกัน (Rath, 2025) ผู้วิจัยเลือกใช้ Padlet เป็นแกนกลางในการจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม Nutri-gallery เพื่อบูรณาการกระบวนการออกแบบสื่ออินโฟกราฟิกเข้ากับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในลักษณะนิทรรศการเสมือน (Virtual Exhibition) กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนให้ครอบคลุมทั้ง ทักษะการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในการวิเคราะห์และดัดแปลงตำรับอาหารจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดนครพนมให้สอดคล้องกับพยาธิสภาพของโรคเรื้อรังได้อย่างแม่นยำ พร้อมกับการเสริมสร้างทักษะการทำงานร่วมกันผ่านระบบดิจิทัล โดยอาศัยกระบวนการสื่อสารสะท้อนคิดผ่านระบบการประเมินโดยเพื่อน (Peer Review) เป็นเครื่องมือสำคัญ ซึ่งการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ช่วยยกระดับความรู้ด้านโภชนบำบัดให้ลุ่มลึก และเป็นกลไกสำคัญในการบ่มเพาะ ความไวทางวัฒนธรรม (Cultural Sensitivity) ให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้การดูแลที่ตอบสนองต่อบริบทเชิงพื้นที่และวิถีชีวิตจริงของผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ


วัตถุประสงค์การศึกษา

1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่นเพื่อการบำบัดโรค และทักษะการทำงานเป็นทีมผ่านระบบดิจิทัลของนักศึกษาพยาบาล ระหว่างก่อนและหลังการได้รับจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Padlet

2) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาลที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Padlet



วิธีการศึกษา

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One-Group Pre-test Post-

test Design) ซึ่งมีรายละเอียดการดำเนินการดังนี้


ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากร คือ นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ของสถาบันการศึกษาพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่กำลังศึกษาอยู่ในปีการศึกษา 2568

กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 2 ของสถาบันการศึกษาพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาแนวคิดพื้นฐานและหลักการพยาบาล ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 169 คน


เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย

1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเรื่อง โภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้วิจัยพัฒนารูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ Nutri-gallery บนแพลตฟอร์มดิจิทัล Padlet โดยบูรณาการแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative Learning) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง โดยมีขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนดังแสดงในแผนภาพที่1 และมีรายละเอียดกิจกรรมดังนี้

ภาพที่ 1 กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านกิจกรรม Nutri-gallery บนแพลตฟอร์ม Padlet


(1) ขั้นเตรียมความพร้อม (Preparation Phase) ผู้วิจัยจัดเตรียมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เสมือนจริง โดยสร้างห้องเรียนดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม Padlet ภายใต้ชื่อ Nutri-gallery เพื่อใช้เป็นพื้นที่กลางสำหรับจัดแสดงผลงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้เรียน

(2) ขั้นกำหนดสถานการณ์และมอบหมายงาน (Task Assignment) ผู้วิจัยแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 6 คน โดยแต่ละกลุ่มได้รับมอบหมายให้ศึกษาหลักการและแนวคิดการจัดอาหารจากเอกสารประกอบการสอน และมอบหมายให้รับผิดชอบศึกษาโจทย์สถานการณ์ 1 โรคเรื้อรัง และ 1 เมนูอาหารท้องถิ่นโดยคัดเลือกเมนูอาหารต้นแบบจาก ตำรับอาหารสุขภาพวิถีนครพนม 12 เมนู (ประกอบด้วย ปลาจุ่ม, ต้มส้มปลา, ลาบปลาปาก, แจ่วฮ้อน, หมกหม้อพวงไข่, นึ่งปลาเอือบ, เมี่ยงไก่นึ่ง, แกงอ่อมผักรวม, หมกจ๊อ, ซั้วไก่นา, ซุปมะเขือ และแกงอ่อมหวาย) ซึ่งเป็นนวัตกรรมของ จรินทร โคตพรม และคณะ (2568) นักศึกษาแต่ละกลุ่มต้องร่วมกันสืบค้นและวิเคราะห์ความเหมาะสมของเมนูอาหารต่อพยาธิสรีรวิทยาของโรค ดำเนินการปรับปรุงสูตรอาหารเพื่อการบำบัด และสังเคราะห์องค์ความรู้จัดทำเป็นสื่อ อินโฟกราฟิก (Infographic) ที่ระบุส่วนประกอบสำคัญ เหตุผลทางโภชนบำบัด ความสอดคล้องกับโรค และแหล่งอ้างอิงทางวิชาการให้ครบถ้วน

3) ขั้นจัดแสดงผลงาน (Virtual Exhibition) ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลงานโดยการอัปโหลดไฟล์อินโฟกราฟิกที่สร้างสรรค์เสร็จสิ้นลงบนกระดานดิจิทัล Nutri-gallery ใน Padlet ซึ่งเปรียบเสมือนการจัดนิทรรศการอาหารออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลของเพื่อนต่างกลุ่มได้แบบเรียลไทม์

4) ขั้นสะท้อนคิดและวิพากษ์งาน (Peer Review and Reflection) ผู้วิจัยจัดกระบวนการสะท้อนคิดและให้ข้อมูลป้อนกลับอย่างเป็นระบบ โดยใช้เทคนิคการเวียนกลุ่มวิพากษ์ (Round-robin) กำหนดให้แต่ละกลุ่มมีหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะแก่กลุ่มเพื่อนตามลำดับ (เช่น กลุ่มที่ 1 ประเมินกลุ่มที่ 2, กลุ่มที่ 2 ประเมินกลุ่มที่ 3 จนครบวงจร) เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ทั่วถึง ลดความซ้ำซ้อน และส่งเสริมทักษะการประเมินเชิงวิพากษ์

5) ขั้นสรุปผลและสังเคราะห์องค์ความรู้ (Conclusion and Synthesis) ผู้สอนทำหน้าที่อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการสังเคราะห์องค์ความรู้รวบยอด โดยคัดเลือกตัวอย่างผลงานที่น่าสนใจและประเด็นสำคัญจากการอภิปรายบนกระดาน Nutri-gallery มาเชื่อมโยงกับทฤษฎีการพยาบาลและโภชนบำบัด เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องสมบูรณ์ร่วมกัน ก่อนจบการจัดการเรียนรู้

2) เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่

(1) แบบประเมินทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่นเพื่อการบำบัดโรค ผู้วิจัยพัฒนาเครื่องมือนี้โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดอนุกรมวิธานของบลูมฉบับปรับปรุงโดย Anderson and Krathwohl (2001) ด้านการนำไปใช้และการวิเคราะห์ เพื่อวัดสมรรถนะการเชื่อมโยงทฤษฎีโภชนบำบัดสู่การดูแลผู้ป่วยในบริบทพหุวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมบนแพลตฟอร์ม Padlet ลักษณะเครื่องมือเป็นแบบประเมินตนเอง (Self-assessment) ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Likert Scale) 5 ระดับ ตั้งแต่ 1 (น้อยที่สุด) ถึง 5 (มากที่สุด) จำนวน 10 ข้อ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) มุ่งเน้นการส่งเสริมการสะท้อนคิด ใน 3 สมรรถนะหลัก ได้แก่ 1) ด้านการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ ของวัตถุดิบพื้นถิ่นและสรรพคุณทางยา 2) ด้านการเลือกสรรและดัดแปลงตำรับอาหาร ให้สอดคล้องกับพยาธิสภาพของโรคโดยยังคงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และ 3) ด้านการสื่อสารและการประยุกต์ใช้ ผ่านการออกแบบสื่ออินโฟกราฟิกและการให้คำแนะนำทางโภชนาการ การแปลผลระดับทักษะแบ่งตามเกณฑ์คะแนนรวมเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับดี (40 - 50 คะแนน), ระดับปานกลาง (30 - 39 คะแนน) และระดับควรปรับปรุง (ต่ำกว่า 30 คะแนน)

(2) ผู้วิจัยพัฒนาแบบประเมินนี้ขึ้นโดยอาศัยกรอบแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) โดยประยุกต์จากการศึกษาของ พุทธิราภรณ์ หังสวนัส และคณะ (2566) เป็นกรอบในการสร้างข้อคำถาม เพื่อวัดสมรรถนะกระบวนการกลุ่มและการสะท้อนคิด (Reflection) ของนักศึกษาพยาบาลระหว่างปฏิบัติกิจกรรมการออกแบบสื่อ อินโฟกราฟฟิก และกิจกรรม Nutri-gallary บนแพลตฟอร์ม Padlet ลักษณะเครื่องมือเป็นแบบประเมินตนเองชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Likert Scale) 5 ระดับ ตั้งแต่ 1 (น้อยที่สุด) ถึง 5 (มากที่สุด) จำนวน 8 ข้อ (คะแนนเต็ม 40 คะแนน) ครอบคลุมสมรรถนะสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน 2) ด้านการสื่อสารและการรับฟัง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง 3) ด้านการแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจร่วมกัน ในการวิเคราะห์และดัดแปลงตำรับอาหารท้องถิ่นให้เหมาะสมกับโรค และ 4) ด้านการทำงานร่วมกันผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านการนำเสนอผลงานและให้ข้อมูลป้อนกลับ (Peer Review) ในพื้นที่ Nutri-gallery โดยกำหนดเกณฑ์การแปลผลระดับทักษะจากคะแนนรวมออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับดี (คะแนน 32 - 40 คะแนน), ระดับปานกลาง (คะแนน 24 - 31 คะแนน) และ ระดับควรปรับปรุง (คะแนนต่ำกว่า 24 คะแนน)

(3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ เป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Likert Scale) 5 ระดับ ครอบคลุมเนื้อหา 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านประโยชน์ของแพลตฟอร์ม Padlet ด้านการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และการทำงานเป็นทีม และด้านการวัดและประเมินผลใช้เกณฑ์ความกว้างของอันตรภาคชั้นแบ่งระดับความพึงพอใจจากค่าเฉลี่ยออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.67 - 5.00), ระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 2.34 - 3.66) และ ระดับน้อย (ค่าเฉลี่ย 1.00 - 2.33)


การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ ประกอบด้วย

1) การตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity)

(1) แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Nutri-gallery ผ่านการตรวจสอบความเหมาะสมและความสอดคล้องเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนการสอน สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ จำนวน 3 ท่าน นอกจากนี้ยังผ่านกระบวนการวิพากษ์แผนการจัดการเรียนรู้ในการนำเสนอเพื่อปรับปรุงรายละเอียดรายวิชาเพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมสามารถตอบสนองผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังได้อย่างแท้จริง

(2) เครื่องมือรวบรวมข้อมูลทั้ง 3 ฉบับ ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน เพื่อพิจารณาความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์และนิยามศัพท์เฉพาะ วิเคราะห์ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) พบว่า 1) แบบประเมินทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่นเพื่อการบำบัดโรค มีค่า IOC รายข้อระหว่าง 0.80 - 1.00 และมีค่าดัชนีความสอดคล้องทั้งฉบับเท่ากับ 0.93 2) แบบประเมินทักษะการทำงานเป็นทีม มีค่า IOC รายข้อระหว่าง 0.87 - 1.00 และมีค่าดัชนีความสอดคล้องทั้งฉบับเท่ากับ 0.89 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ มีค่า IOC รายข้อระหว่าง 0.85 - 1.00 และมีค่าดัชนีความสอดคล้องทั้งฉบับเท่ากับ 0.94

2) การตรวจสอบความเที่ยง (Reliability) ผู้วิจัยนำเครื่องมือรวบรวมข้อมูลทั้ง 3 ฉบับที่ผ่านการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ ไปทำการทดลองใช้ (Try-out) กับนักศึกษาพยาบาลที่มีลักษณะใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่างและนำมาวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นหรือค่าความเที่ยงด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbachs Alpha Coefficient) พบว่า 1) แบบประเมินทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่นเพื่อการบำบัดโรค ได้เท่ากับ 0.80 2) แบบประเมินทักษะการทำงานเป็นทีมได้เท่ากับ 0.79 และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ ได้เท่ากับ 0.82


การเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามระเบียบวิธีวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง (One-Group Pre-test Post-test Design) โดยมีขั้นตอนและมาตรการพิทักษ์สิทธิดังนี้

1) การพิทักษ์สิทธิและแจ้งวัตถุประสงค์ (Informed Consent) ผู้วิจัยได้ดำเนินการชี้แจงวัตถุประสงค์และรายละเอียดของโครงการวิจัยเรื่องการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์ม Padlet ให้แก่นักศึกษาพยาบาลกลุ่มตัวอย่างทั้ง 169 คนได้รับทราบอย่างชัดเจน โดยเน้นย้ำถึงการพิทักษ์สิทธิในด้านต่าง ๆ ดังนี้

(1) การแจ้งวัตถุประสงค์ ชี้แจงให้นักศึกษาทราบว่าข้อมูลที่จัดเก็บมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนและยกระดับสมรรถนะของผู้เรียนเท่านั้น

(2) การรักษาความลับ แจ้งมาตรการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล โดยผลการประเมินจะถูกนำเสนอในลักษณะข้อมูลภาพรวมเพื่อการวิเคราะห์ทางสถิติ และไม่มีการระบุข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนรายบุคคลได้ เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้เรียน

(3) สิทธิในการตัดสินใจ เน้นย้ำว่าการให้ข้อมูลเป็นไปโดยความสมัครใจ และผลการประเมินไม่มีผลกระทบต่อคะแนนสะสมหรือเกรดเฉลี่ยในรายวิชาปกติของนักศึกษา

2) ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบตามลำดับขั้นตอนดังนี้

(1) ขั้นก่อนการทดลอง ก่อนเริ่มการจัดการเรียนรู้ตามแผน ผู้วิจัยดำเนินการเก็บข้อมูลพื้นฐานโดยให้

นักศึกษาประเมินตนเองผ่านแบบสอบถามออนไลน์ในรูปแบบ Google Form เพื่อวัดทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่นและทักษะการทำงานเป็นทีมก่อนได้รับนวัตกรรม

(2) ขั้นดำเนินการทดลอง ผู้วิจัยดำเนินการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านกิจกรรม Nutri-gallery บนแพลตฟอร์ม Padlet ตามแผนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนที่ได้พัฒนาขึ้น ซึ่งบูรณาการองค์ความรู้จากตำรับอาหารสุขภาพวิถีนครพนม 12 เมนู

(3) ขั้นหลังการทดลอง เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้วิจัยให้นักศึกษาทำแบบประเมินตนเองชุดเดิมอีกครั้งผ่าน Google Form เพื่อเปรียบเทียบผลการพัฒนาทักษะ พร้อมทั้งทำแบบสอบถามเพื่อวัดระดับความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ได้รับ

การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ ดังนี้

1) วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปและระดับความพึงพอใจ ของนักศึกษาพยาบาล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

2) วิเคราะห์เปรียบเทียบทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่นเพื่อการบำบัดโรค และ ทักษะการทำงานเป็นทีม ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Padlet โดยใช้สถิติทดสอบทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระต่อกัน (t-test for Dependent Samples)


ผลการศึกษา

ผู้วิจัยนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์การวิจัย โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้

1) ส่วนที่ 1 กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 2 จำนวน 169 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 148 คน (ร้อยละ 87.57) และเพศชาย จำนวน 21 คน (ร้อยละ 12.43) กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด (ร้อยละ 100) ไม่เคยมีประสบการณ์หรือผ่านการจัดการเรียนรู้โดยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ Padlet มาก่อนการเข้าร่วมงานวิจัยครั้งนี้

2) ส่วนที่ 2 ระดับทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่นและการทำงานเป็นทีมภายหลังการจัดการเรียนรู้ จากการวิเคราะห์ระดับทักษะของนักศึกษาภายหลังได้รับจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์ม Padlet พบว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีการพัฒนาทักษะทั้งสองด้านเข้าสู่ระดับดีอย่างชัดเจน ดังแสดงในตารางที่ 1


ตารางที่ 1 จำนวนและร้อยละของนักศึกษาพยาบาลจำแนกตามระดับทักษะภายหลังการจัดการเรียนรู้ (N = 169)

ตัวแปรที่ศึกษา

ระดับทักษะ

จำนวน (คน)

ร้อยละ

1. ทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่น

ดี (40 - 50 คะแนน)

165

97.63


ปานกลาง (30 - 39 คะแนน)

4

2.37


ควรปรับปรุง (ต่ำกว่า 30 คะแนน)

0

0

2. ทักษะการทำงานเป็นทีม

ดี (32 - 40 คะแนน)

162

95.86


ปานกลาง (24 - 31 คะแนน)

7

4.14


ควรปรับปรุง (ต่ำกว่า 24 คะแนน)

0

0


3) ส่วนที่ 3 การเปรียบเทียบทักษะก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ พบว่า หลังการจัดการเรียนรู้นักศึกษามีคะแนนเฉลี่ยทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่นเท่ากับ 46.64 คะแนน (S.D. = 2.12) และทักษะการทำงานเป็นทีมเท่ากับ 37.82 คะแนน (S.D. = 1.84) ซึ่งสูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ดังแสดงในตารางที่ 2


ตารางที่ 2 เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่นและการทำงานเป็นทีม ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ (N = 169)

ตัวแปรที่ศึกษา


ระยะการทดลอง

คะแนนเต็ม

S.D.

t

p

1. การประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่น


ก่อนเรียน

50

23.67

3.58

58.42*

< 0.001



หลังเรียน

50

46.64

2.12



2. การทำงานเป็นทีม


ก่อนเรียน

40

21.32

3.12

47.95*

< 0.001



หลังเรียน

40

37.82

1.84



*มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


4) ส่วนที่ 4 ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ โดยภาพรวม นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Padlet อยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.54, S.D. = 0.48) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านประโยชน์ของ Padlet ต่อการเรียนรู้ ( = 4.60) รองลงมาคือ ด้านการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และการทำงานเป็นทีม ( = 4.55) ดังแสดงในตารางที่ 3


ตารางที่ 3 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Padlet (N = 169)

รายการประเมิน

S.D.

ระดับความพึงพอใจ

1. ด้านประโยชน์ของ Padlet ต่อการเรียนรู้

4.6

0.45

มากที่สุด

2. ด้านการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และการทำงานเป็นทีม

4.55

0.49

มากที่สุด

3. ด้านเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้

4.52

0.5

มากที่สุด

4. ด้านการวัดและประเมินผล

4.49

0.51

มาก

รวมเฉลี่ย

4.54

0.48

มากที่สุด



อภิปรายผลการศึกษา

1) ทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่นเพื่อการบำบัดโรค

ภายหลังการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านแพลตฟอร์ม Padlet นักศึกษามีคะแนนเฉลี่ยทักษะการประยุกต์ใช้อาหารท้องถิ่น เพื่อการบำบัดโรคเพิ่มขึ้นเป็น 46.64 คะแนน (S.D. = 2.12) ซึ่งสูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) โดยนักศึกษาสามารถออกแบบเมนูอาหารที่สอดคล้องกับพยาธิสภาพของโรคเรื้อรังและบริบทชุมชนนครพนมได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทั้งนี้มีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือ การนำบริบทพหุวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนมมาเป็นกรณีศึกษาต้นแบบ ซึ่งช่วยสร้างความตระหนักและเข้าใจถึงคุณค่าของการพยาบาลที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของผู้รับบริการ กระบวนการทำงานกลุ่มเพื่อวิเคราะห์เมนูอาหารจากภูมิปัญญา 9 ชนเผ่า 12 อำเภอ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะการตัดสินใจทางคลินิกในการคัดเลือกวัตถุดิบและดัดแปลงสูตรอาหารให้เหมาะสมกับพยาธิสรีรวิทยาของโรคในแต่ละบริบทชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ Naamati-Schneider and Alt (2023) ที่ระบุว่าการจัดการเรียนรู้ผ่าน Padlet ช่วยส่งเสริมทักษะการตัดสินใจและการทำงานเป็นทีม ทำให้ผู้เรียนเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับสารสู่การเป็นผู้สร้างสรรค์องค์ความรู้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ กิจกรรม Nutri-gallery ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยแปลงองค์ความรู้ของทฤษฎีโภชนบำบัดที่ซับซ้อนให้กลายเป็นการปฏิบัติที่เข้าใจง่ายผ่านการออกแบบสื่ออินโฟกราฟิก ร่วมกับการใช้จุดเด่นของแพลตฟอร์ม Padlet ในการแสดงผลข้อมูลแบบภาพรวม ซึ่งเอื้อให้นักศึกษาสามารถสังเคราะห์องค์ความรู้ทางทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงได้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับการศึกษาของ Mehta et al. (2021) ที่พบว่ากระบวนการมองเห็นภาพรวมช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาที่มีความซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ห้องเรียนเสมือนจริงบน Padlet ได้เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้แบบกว้างขวาง โดยเห็นมุมมองและวิธีคิดของเพื่อนกลุ่มอื่นผ่านนิทรรศการออนไลน์ กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบเรียลไทม์นี้ส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นความหลากหลายของการแก้ปัญหาและการประยุกต์ใช้อาหารในรูปแบบที่แตกต่างกัน ก่อให้เกิดการสะท้อนคิดเชิงวิชาการ สอดคล้องกับงานวิจัยของ Phenwan (2023) ที่พบว่า Padlet กระตุ้นให้เกิดกระบวนการสะท้อนคิดที่มีคุณภาพมากกว่าการเรียนในห้องเรียนปกติ ส่งผลให้นักศึกษาสามารถบูรณาการองค์ความรู้ด้านโภชนาการควบคู่ไปกับความไวทางวัฒนธรรมเพื่อการดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


2) ทักษะการทำงานเป็นทีม

ผลการศึกษาพบว่าคะแนนเฉลี่ยทักษะการทำงานเป็นทีมเพิ่มขึ้นเป็น 37.82 คะแนน (S.D. = 1.84) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ชี้ให้เห็นว่ากิจกรรม Nutri-gallery สามารถเปลี่ยนรูปแบบการทำงานกลุ่มจากลักษณะแยกส่วน สู่การเป็นการเรียนรู้ร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยปัจจัยความสำเร็จเกิดจากการวางโครงสร้างกิจกรรมที่เน้นความรับผิดชอบร่วมกัน โดยการกำหนดจำนวนสมาชิก 5 - 6 คนต่อกลุ่ม ซึ่งเป็นขนาดที่เอื้อต่อการปฏิสัมพันธ์เชิงลึกและลดปัญหาการละเลยหน้าที่สมาชิกแต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่การสืบค้นองค์ความรู้โภชนบำบัด การวิเคราะห์ภูมิปัญญาท้องถิ่น จนถึงการผลิตสื่อสร้างสรรค์ โดยมี Padlet เป็นพื้นที่กลางที่ทำให้กระบวนการทำงานมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน (Mehta et al., 2021) นอกจากนี้ การออกแบบกิจกรรมในลักษณะการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน ยังกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึก นักศึกษาต้องสังเคราะห์องค์ความรู้และบูรณาการสื่อประสม (Multimedia) ร่วมกันและสามารถเข้าถึงความก้าวหน้าของงานในทันที (Stenberg et al., 2021) ช่วยเสริมสร้างความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายของทีม (Naamati-Schneider & Alt, 2023) กลไกสำคัญอีกประการคือ กระบวนการให้ข้อมูลป้อนกลับข้ามกลุ่ม ซึ่งส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงกว้าง นักศึกษาเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ประเมินและวิพากษ์ (Reviewer) ผ่านระบบดิจิทัล นำไปสู่การสังเคราะห์แนวคิดจากมุมมองที่หลากหลายของเพื่อนร่วมชั้น (Lerchenfeldt et al., 2025) กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการสะท้อนคิดต่อคุณภาพงานและบทบาทของตนเอง นำไปสู่การพัฒนาชิ้นงานทั้งในเชิงภาพลักษณ์และเนื้อหาเชิงวิชาการที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นสอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มุ่งเน้นความรับผิดชอบร่วมกันและการสร้างสรรค์องค์ความรู้ผ่านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม อันเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมในยุคดิจิทัลที่ตอบสนองต่อสมรรถนะวิชาชีพพยาบาลในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


3) ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้

ผลการศึกษาพบว่า นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในระดับมากที่สุด ( = 4.54, S.D. = 0.52) โดยเฉพาะมิติด้านการส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และการสะท้อนคิด ซึ่งระดับความพึงพอใจที่สูงนี้มีปัจจัยหลักมาจากความสอดคล้องระหว่างรูปแบบกิจกรรมกับธรรมชาติของผู้เรียนยุคดิจิทัลที่เน้นการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและต้องการพื้นที่แสดงออกเชิงสร้างสรรค์กิจกรรม Nutri-gallery เอื้อให้ผู้เรียนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวิพากษ์ผลงานผ่านพื้นที่ออนไลน์ ซึ่งช่วยกระตุ้นการสะท้อนคิดเชิงวิชาการอย่างเป็นระบบผ่านการนำเสนอด้วยภาพอินโฟกราฟฟิก โดยพื้นที่เสมือนจริงบน Padlet ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยเอื้อให้นักศึกษาสอดรับกับข้อค้นพบของ Phenwan (2023) ที่ระบุว่าการใช้ Padlet ในนักศึกษาพยาบาลช่วยยกระดับคุณภาพการสะท้อนคิดได้ดีกว่าการเรียนในชั้นเรียนปกติ ขณะเดียวกันยังทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการพัฒนาทักษะปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น (ปิติณัช ราชภักดี และพวงผกา อินทร์เอี่ยม, 2563) นอกจากนี้ รูปแบบ การประเมินโดยเพื่อนบนระบบดิจิทัล ยังถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน ช่วยลดอุปสรรคด้านความประหม่าในการแสดงความคิดเห็นแบบเผชิญหน้าในชั้นเรียนขนาดใหญ่ เปิดโอกาสให้นักศึกษากล้าให้ข้อมูลป้อนกลับเชิงวิพากษ์และเกิดแรงจูงใจในการพัฒนางานอินโฟกราฟิกให้น่าสนใจยิ่งขึ้น (Rath, 2025) ทั้งนี้ Padlet ยังเป็นเครื่องมือสื่อสารข้อมูลป้อนกลับที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดความกดดันในกระบวนการประเมินและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงเนื้อหาและสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมาย (Lerchenfeldt et al., 2025) ด้วยคุณสมบัติการเป็นแพลตฟอร์มส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกับการออกแบบกิจกรรมการสอนเชิงรุกจึงส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการยอมรับและมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในระดับสูงสุด


สรุปผลการศึกษา

ผลจาการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับการใช้แพลตฟอร์ม Padlet ที่สามารถยกระดับทักษะการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านโภชนบำบัด และพัฒนาสมรรถนะการทำงานเป็นทีมของนักศึกษาพยาบาลให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) โดยผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อกระบวนการเรียนรู้ในระดับมากที่สุด ซึ่งกลไกสำคัญที่นำไปสู่ผลดังกล่าวคือการออกแบบนวัตกรรมการเรียนรู้ที่สามารถแปลงเนื้อหาทางทฤษฎีสู่การปฏิบัติบนฐานภูมิปัญญาอาหาร 9 ชนเผ่าของจังหวัดนครพนมได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้นักศึกษาเกิดความเข้าใจในพยาธิสรีรวิทยาของโรคผ่านบริบทเชิงพื้นที่ นอกจากนี้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวยังเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการชั้นเรียนขนาดใหญ่ โดยใช้พื้นที่ออนไลน์ของ Padlet เป็นศูนย์กลางในการสร้างปฏิสัมพันธ์และกระตุ้นการสะท้อนคิดอย่างเป็นระบบ กระบวนการสามารถส่งเสริมสมรรถนะการวิเคราะห์เชิงวิชาชีพและการทำงานเป็นทีม ทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมนักศึกษาพยาบาลสู่การปฏิบัติงานจริงในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในมิติของการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม การนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำเมนูโภชนบำบัดยังสร้างคุณค่าทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไป ผู้ป่วยมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ดีขึ้นเมื่อได้รับประทานอาหารที่คุ้นเคย ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าอาหารทางการแพทย์ลงได้อย่างมาก ในขณะเดียวกัน ชุมชนก็ได้รับประโยชน์จากการกระจายรายได้สู่เกษตรกร เกิดเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สร้างความมั่นคงทางอาหารและระบบสุขภาพที่ยั่งยืน ข้อค้นพบทั้งหมดนี้จึงถูกนำมาต่อยอดเป็นข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม


ข้อเสนอแนะ

1) ด้านการจัดการเรียนการสอน ผู้สอนควรมีการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัล Padlet ไปปรับใช้ในรายวิชาที่มีเนื้อหาซับซ้อน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมโยงองค์ความรู้ได้ชัดเจน พร้อมทั้งใช้วิธีการประเมินโดยเพื่อน ในชั้นเรียนขนาดใหญ่เพื่อลดความกดดันและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

2) ด้านการจัดการข้อมูลและการบริการวิชาการ ควรมีการคัดกรองและรวบรวมสื่ออินโฟกราฟิกที่มีคุณภาพสูงจากพื้นที่ Nutri-gallery บน Padlet ไปจัดเก็บและพัฒนาต่อยอดเป็นคลังความรู้ดิจิทัลแบบเปิดเพื่อให้อาจารย์และนักศึกษาของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม ตลอดจนพยาบาลวิชาชีพและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในเครือข่ายพื้นที่ สามารถเข้าถึงและดาวน์โหลดนำไปใช้เป็นสื่อสุขศึกษาในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในคลินิกหรือในชุมชนได้จริงในระยะยาว

3) ด้านการวิจัย ควรมีการติดตามผลสัมฤทธิ์ระยะยาว เพื่อยืนยันความคงทนของทักษะเมื่อนำไปใช้ในสถานการณ์จริง และควรมีการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลระหว่างการใช้ Padlet กับแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อหาเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบริบทเนื้อหารายวิชาที่แตกต่างกัน


กิตติกรรมประกาศ

ขอขอบคุณนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม ทุกคนที่มุ่งมั่นและเปิดรับนวัตกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้ ขอบคุณนักศึกษาที่เป็นเสมือนครูที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้สอนได้เรียนรู้และเติบโตพร้อมกันระหว่างศิษย์และครู


การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) ในงานเขียนเชิงวิชาการ

ผู้วิจัยมีการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์(Generative AI) ในขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องของภาษา และการเกลาต้นฉบับบทความ เพื่อให้เนื้อหามีความสละสลวยและสื่อความหมายทางวิชาการได้อย่างถูกต้องชัดเจนเท่านั้น โดยมิได้ใช้ในการสร้างเนื้อหาใหม่หรือการวิเคราะห์ข้อมูลแต่ประการใด


คำชี้แจงบทบาทผู้เขียน (CRediT Author Statement)

จรินทร โคตพรม: การวางแนวคิด; การออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก; ระเบียบวิธีวิจัย; ออกแบบแผนกรจัดการเรียนรู้เชิงรุก และกิจกรรม Nutri-gallery ผ่าน Padlet; การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ; การเขียนร่างต้นฉบับ; การตรวจสอบความถูกต้องเชิงวิชาการ; การสะท้อนคิดและการสรุปผลงานวิจัย


เอกสารอ้างอิง

จรินทร โคตพรม, พัชนี สมกำลัง และ นาฎนภา

อารยะศิลปธร. (2568). การพัฒนาตำรับอาหารพื้นถิ่นเพื่อการดูแลสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานในจังหวัดนครพนม. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 18(3), 125-138.

ปิติณัช ราชภักดี และ พวงผกา อินทร์เอี่ยม. (2563). ผลของการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แพดเล็ต (Padlet) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเรียนรู้แบบนำตนเองและทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ของนักศึกษาพยาบาลในรายวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ 2 หัวข้อ การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบกระดูก. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี, 28(1), 52-63.

พุทธิราภรณ์ หังสวนัส, จิตต์ระพี บูรณศักดิ์ และ กุลธิดา ทรัพย์สมบูรณ์. (2566). ประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือผ่านระบบออนไลน์สำหรับนักศึกษาพยาบาล. วารสารพยาบาลศาสตร์, 41(1), 87-99.

อติญาณ์ ศรเกษตริน, ดาราวรรณ รองเมือง และ รุ่งนภา จันทรา. (2562). การศึกษาพยาบาลในศตวรรษที่ 21: สมรรถนะและบทบาทของอาจารย์พยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก, 20(1), 12-20.

Conklin, J. (2005). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom’s taxonomy of educational objectives. Educational Horizons, 83(3), 154-159.

Lerchenfeldt, S., Mi, M., & Eng, M. (2019). The utilization of peer feedback during collaborative learning in undergraduate medical education: A systematic review. BMC Medical Education, 19, 321.

Mehta, K. J., Miletich, I., & Detyna, M. (2021). Content-specific differences in Padlet perception for collaborative learning amongst undergraduate students. Research in Learning Technology, 29, 2551.

Naamati-Schneider, L., & Alt, D. (2023). Enhancing collaborative learning in health management education: An investigation of Padlet-mediated interventions and the influence of flexible thinking. BMC Medical Education, 23, 846.

Phenwan, T. (2023). Enhancing nursing students’ reflection through Padlet: An action research. MedEdPublish, 13, 204.

Rath, A. (2025). Padlet: A tool for fostering collaborative learning and feedback literacy in dental education. Frontiers in Medicine, 11, 1357068.

Shorey, S., Chan, V., Rajendran, P., & Ang, E. (2021). Learning styles, preferences and needs of generation Z healthcare students: Scoping review. Nurse Education in Practice, 57, 103247.

Stenberg, M., Mangrio, E., Bengtsson, M., & Carlson, E. (2021). Formative peer assessment in higher healthcare education programmes: A scoping review. BMJ Open, 11, e045345.

Wang, Y., Fan, S., Douglas, T., Parks, M., Coleman, B., Muir, T., Richey, S., McCarthy, R., Hicks, D., Li, W., & Brandsema, J. (2025). Padlet adoption to enhance multidisciplinary online and hybrid teaching and learning at an Australian University. Education Sciences, 15(9), 1165.